รีวิวเกม Onmyoji Arena

รีวิวเกม Onmyoji Arena จากซีรี่ส์ Onmyoji ที่รู้จักกันดีของ NetEase ทำให้ Onmyoji Arena เป็นจริงสำหรับตัวละครดั้งเดิมในขณะที่นำประสบการณ์ MOBA ใหม่มาสู่ผู้เล่น แทนที่ระบบรูนแบบชำระเงินทั่วไปด้วยระบบ Onmyodo ที่ฟรีโดยสิ้นเชิง เกมดังกล่าวช่วยให้ผู้เล่นเพลิดเพลินไปกับการต่อสู้แบบ 5 ต่อ 5 ที่ยุติธรรมได้อย่างเต็มที่

ในขณะที่ยังคงรักษาบรรยากาศแบบญี่ปุ่นที่ละเอียดอ่อน Onmyoji Arena ได้เพิ่มความหลากหลายให้กับรูปแบบศิลปะด้วยการขยายด้วย School, Fairytale, Steampunk และชุดสกินอื่น ๆ เพื่อดึงดูดผู้ชมในวงกว้าง

นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มหมากรุก Mahjong, Shikigami Defense และ 3v3v3 Royal Battle พร้อมให้ดาวน์โหลดตอนนี้ เพื่อสนุกกับโหมดเกมต่างๆได้แล้ว

ระบบ และฟีเจอร์ต่างๆในเกม Onmyoji Arena

ชิกิงามิที่สวยงาม พร้อมเสียงพากย์ต้นฉบับ เพื่อจำลองโลกเฮอันด้วยความสมบูรณ์แบบ
Onmyoji Arena ยังคงรักษาสุนทรียศาสตร์อันสง่างาม ของญี่ปุ่นไว้จาก Onmyoji รวมถึงการพากย์เสียงภาษาญี่ปุ่น ที่เป็นตัวเอกเพื่อให้ผู้เล่น ได้รับประสบการณ์การเล่นเกมที่สมจริงยิ่งขึ้น โมเดล 3 มิติที่งดงาม สุดยอดชิกิงามิสุดยอด อัญเชิญชิกิงามิที่ชื่นชอบเข้าสู่การต่อสู้ทันที

เกมที่ยุติธรรมที่ไม่ต้องใช้เครื่องราง พิสูจน์ความสามารถเชิงกลยุทธ์ของผู้เล่นในสนามรบทันที Onmyoji Arena ยกเลิกระบบเครื่องราง และตอนนี้ผู้เล่นทุกคนสามารถสร้างการผสมผสานความสามารถของ Onmyoji (Onmyodo) ของตนเองได้ฟรี ตามกลยุทธ์ของพวกเขา

ผู้เล่นสามารถผสมและจับคู่ความสามารถใน Onmyoji ได้อย่างอิสระ โดยเพิ่มตัวแปรอื่นให้กับเกม ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีระบบชำระเงินที่ส่งผลต่อสถิติการต่อสู้ ตอนนี้ทุกอย่างยุติธรรมอย่างแท้จริงในการต่อสู้และตำนาน

ความสมดุลของอำนาจ ทักษะมากมาย สู้จนสุดหัวใจ Onmyoji Arena จะทำการกระจายพลังในเกมอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ชิกิงามิแต่ละตัวแข็งแกร่งเท่ากันแต่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ตอนนี้มีบทบาทที่เป็นประโยชน์สำหรับทุกคน ชิกิงามิมีความสามารถ 4 อย่าง และคาถาทั่วไป 2 แบบ ทำให้สามารถผสมผสานความสามารถและกลวิธีต่างๆ ได้มากขึ้น

ชุดความสามารถเฉพาะตัวทำให้เกิดความเป็นไปได้มากขึ้น การออกแบบแผนที่ที่เป็นนวัตกรรมใหม่และระบบ Fog of War ทำให้กลยุทธ์มีความสำคัญยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้เล่นได้สัมผัสกับ MOBA บนมือถือใหม่นี้อย่างเต็มที่ ในเวลาเดียวกัน เกมดังกล่าวเป็นการปฏิวัติที่เชื่อมโยงผู้เล่นชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อทดสอบความแข็งแกร่งของพวกเขา

นวัตกรรม Battle Royale สำหรับการประลองสามฝ่าย โหมดการต่อสู้ 3 ต่อ 3 ต่อ 3 ครั้งแรก Battle Royale ได้รวมเอาคุณสมบัติใหม่ เช่น การต่อสู้แบบหลายทีม การแข่งขันเพื่อทรัพยากร และการต่อสู้ที่รวดเร็ว

ผู้เล่นจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ทีมจาก 3 ทีมเพื่อประสบการณ์แบบหลายทีมใหม่ที่น่าตื่นเต้น! ในโหมด Battle Royale ผู้เล่นจะเกิดจากสามตำแหน่งบนแผนที่โดยมีโซนการต่อสู้อยู่ตรงกลาง ทีมแรกที่ผนึก 30 ชิกิงามิจะครองราชย์สูงสุด

ความรู้สึกในการเล่น สิ่งที่อยากแนะนำ ภายในเกม

รีวิวเกม Onmyoji Arena เป็นเกม MOBA แบบ 5 ต่อ 5 ที่เราจะรับบทเป็นผู้อัญเชิญที่จะมีพลัง ในการเชิญภูติ (Shikinami) มาต่อสู้กันในสนามประลอง โดยภูติแต่ละตนก็จะมีบทบาทแต่ต่างกันไป และมีสกิลที่แตกต่างกันไปตามเอกลักษณ์ของตนเองด้วย ที่น่าสนใจคือตัวละครทั้งหมดนี้มาจากเกม Onmyoji เวอร์ชั่น RPG ทุกตัว

จุดแตกต่างแรกของเกมนี้เลย คือมุมมองของเกม ที่จะแทนให้ตัวเราเป็นร่างทรง ไม่ใช่ฮีโร่ ทำให้เราสามารถเลือกร่างทรงของตนเองได้ อีกทั้งยังเลือกเพศได้ด้วย เรียกได้ว่าเกมเอาใจผู้เล่นทั้งสองเพศเลยทีเดียว

ในจุดเลือกร่างทรงนี้นี้เองเกม ROV จะไม่มี โดยเราจะได้เลือกเล่นฮีโร่เลย จุดนี้ถือว่าเป็นข้อแตกต่าง การเลือกเสียงต่างกัน เอกลักษณ์เด่นของเกมนี้เลยที่สามารถเลือกเสียงในเกมได้มากถึง 4 เสียงพากย์ด้วยกัน ได้แต่ภาษาจีน ญี่ปุ่น และอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นการเจาะตลาดที่ ครบถ้วนของเกมนี้ เพราะในปัจจุบันจีนก็ถือว่าเป็นตลาดเกมที่ใหญ่มากตลาดหนึ่งเลยทีเดียว

สกิลในเกมนี้มีความคล้ายคลึงกับ ROV แต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อยครับ จุดที่เหมือนกันคือ โดยสกิลจะแบ่งออกเป็น 2 สกิลหลักคือ Active กับ Passive ซึ่งเหมือนกับ ROV ในขณะเดียวกันสกิล Active จะแบ่งเป็นสกิลปกติและสกิลอัลติ แต่จุดต่างจะอยู่ที่สกิลปกติจะอัพได้ 5 เลเวล และอัลติจะอัพได้ 3 เลเวล

จุดต่างอีกจุดนึ่งก็คือในสกิลแต่ละสกิลจะมีการบอกชัดเจนเลยว่าเป็นสกิลแบบใด เช่น Damage สกิลที่ใช้สำหรับโจมตี Control สกิลที่ใช้ควบคุมศัตรูฝ่ายตรงข้าม (อาจจะเป็นดึง สตั๊น ติดใบ้ เป็นต้น) HP Regen สกิลประเภทเพิ่มเลือดให้ตนเอง เป็นต้นครับ จุดต่างสำคัญที่สุดคือการปรับเปลี่ยนตำแหน่งของสกิลได้ตามใจครับ ว่าจะเอาสกิลไหนไว้ปุ่มไหน ทำให้เรากดคอมโบสกิลได้ง่ายขึ้นพอสมควร

สกิลพิเศษในเกมนี้ก็จะมีสกิลพิเศษให้เลือกเช่นกันเหมือนกับ ROV ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มเกราะ วาร์ป จุดที่แตกต่างเล็กน้อยก็คือเราสามารถเลือกได้ 2 สกิล แตกต่างจาก ROV ที่เลือกได้ 1 สกิล นอกจากนี้รายละเอียดสกิลก็จะแตกต่างกันเล็กน้อยในเรื่องว่าจะส่งผลแบบไหน จำนวนตำแหน่งในเกม ROV จะถูกแบ่งออกเป็น 6 ตำแหน่ง ได้แก่ Assassin, Carry, Fighter, Mage, Tank และ Support ในขณะที่เกม Onmyoji Arena ก็จะมี 6 ตำแหน่งเหมือนกัน แต่แตกต่างกันเล็กน้อยที่ชื่อ คือ Samurai (Fighter ใน ROV), Mage, Marksman (Carry ใน ROV), Ninja (Assassin ใน ROV) Tank และ Support

ในส่วนของการเล่นก็จะคล้ายคลึงกัน จุด Ward โดยการฆ่าสัตว์ประหลาดในป่า ในเกม ROV จะมีนกป่าที่หากฝั่งไหนตีมันจนตายได้ จะได้ Ward ชั่วคราวในจุดางเข้าทางออกของเลนบนและล่าง ในขณะที่เกม Onmyoji Arena ก็จะมีตุ๊กตาดารุมะ เช่นกัน หากทีมไหนโจมตีมันจนตายได้ก็จะได้รับ Ward ชั่วคราว แต่ Ward นี้ไมไ่ด้ใช้เปิดมุมมองสายตาเท่านั้น ยังส่งผลให้ตัวละครฝ่ายเดียวกันวิ่งเข้าไปในโซน Ward จะได้รับความเร็วในการเคลื่อนที่เพิ่มขึ้นด้วย

ระบบ Daily Quest ในเกม Onmyoji Arena จะต่างจากเกม ROV ตรงที่ เกมนี้จะมีการกำหนดไปเลยว่า จะให้ทำอะไรบ้าง เช่น เล่นกับเพื่อน 1 รอบ, ชนะ 2 รอบ เป็นต้น ส่วนตัวชอบ Daily Quest ของเกม Onmyoji Arena มากกว่า แม้ว่าอาจจะดูวุ่นวายไปบ้าง แต่ก็ดูมีความหลากหลายมากกว่าแค่กำหนดรอบ ระบบ Onmyodo หรือถ้าใน ROV ก็คือระบบรูนนั่นเอง

ต้องบอกว่าสองระบบนี้คล้ายกันมาก ก็คือมีการติดตั้งยันต์ (หรือรูนใน ROV) เพื่อเพิ่มความสามารถต่างๆ ให้กับเหล่า Shikigami ของเราให้แข็งแกร่งขึ้น ในตอนนี้เกม Onmyoji Arena จะมีรูปแบบแมตช์เพียงแบบเดียวคือ 5 – 5 (จะกับคนหรือ AI ก็แล้วแต่) นอกจากนี้ยังมีโหมดรุมยำแบบ 3 ฝ่ายแบบ 3v3v3 อีกด้วย เรียกได้ว่าพร้อมสำหรับคนที่อยากเข้าตีนัวมากกว่าฟาร์มครีปดันป้อมเลยทีเดียว

รีวิวเกม Coin Master